สรุปข้อมูล
ภาษีทรัมป์ (https://onlinecartoonist.com/2008/) เกี่ยวกับสินค้าไทยที่เสี่ยงถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม 37% ภายใต้มาตรการ Reciprocal Tariff
(https://i3.wp.com/s.isanook.com/mn/0/ud/187/936903/list.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/webp&w=1200&resize=1200,0&ssl=1)
มาตรการ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ:[ul]
- สหรัฐฯ ใช้มาตรการนี้เพื่อตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่เก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ในอัตราสูง
- ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกกำหนดให้เสียภาษีนำเข้าเพิ่มในอัตรา 37%
- มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568
[/ul]
15 สินค้าไทยที่ได้รับผลกระทบ:[ul]
- สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมยานยนต์, อัญมณี และเครื่องใช้ไฟฟ้า
- สินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีดังนี้:
[ul]
- โทรศัพท์มือถือ
- ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
- ยางรถยนต์
- เซมิคอนดักเตอร์
- หม้อแปลงไฟฟ้า
- ชิ้นส่วนอุปกรณ์การพิมพ์
- ชิ้นส่วนรถยนต์
- อัญมณีและเครื่องประดับ
- เครื่องปรับอากาศ
- กล้องถ่ายรูป
- เครื่องพรินเตอร์
- วัตถุดิบอาหารสัตว์
- แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
- ข้าว
- ตู้เย็น
[/ul]
[/ul]
ผลกระทบ:[ul]
- ต้นทุนสินค้าไทยในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 37%
- ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยลดลง
- ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ได้รับผลกระทบโดยตรง
- รายได้จากการส่งออกของไทยลดลงอย่างมาก
[/ul]
การเตรียมรับมือของรัฐบาลไทย:[ul]
- กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศเตรียมเจรจากับสหรัฐฯ
- พิจารณามาตรการตอบโต้หรือลดผลกระทบ
- ส่งเสริมการส่งออกไปยังตลาดใหม่เพื่อลดความเสี่ยง
[/ul]
สรุป:[ul]
- มาตรการ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ เป็นความท้าทายสำคัญต่อการส่งออกของไทย
- รัฐบาลและผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวและหามาตรการรับมือ
[/ul]